เมื่อเอ่ยถามถึงความแตกต่างของเจ้าสองสิ่งนี้ ธนะอธิบายว่า Parkour จะเน้นการเคลื่อนย้ายร่างกายในสถานที่ที่ยากแก่การเคลื่อนที่ โดยเน้นทำด้วยความเร็ว อย่างที่เราได้เห็นจากภาพยนตร์ที่มีฉากการไล่ล่า ฉากกระโดดข้ามตึก Parkour มีต้นกำเนิด และเป็นที่นิยมในประเทศฝรั่งเศส โดยการปลุกกระแสของ David Balle ดารานำแสดงภาพยนต์เรื่อง B13
ส่วน Free Running เป็นกีฬาที่มีพื้นฐานมาจาก Parkour นิยมเล่นกันในประเทศอังกฤษ ซึ่งที่อังกฤษได้รับความนิยมมาก เพราะคลิปวิดีโอ Brothers Journey ของ 2 พี่น้อง Chase and Cole Armitage จากทีม 3Run ซึ่งคลิปวิดีโอนี้โด่งดังไปทั่วโลก การเล่นของ FreeRunning จะไม่เน้นความเร็วของการเคลื่อนที่ไปยังจุดต่างๆ แต่จะเน้นที่ความสวยงามของการกระโดดมากกว่า คล้ายกับการหยิบเอายิมนาสติกมาออกเล่นนอกสถานที่ อาจมีความเสี่ยงบ้างแต่ก็มีประโยชน์มากในการสร้างสมาธิ ความกล้า และความมั่นใจ
Parkour จะเป็นการกระโดดไกลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง จุดสังเกตง่ายๆ ของ Parkour คือจะไม่มีการตีลังกา มีแต่การปี
นอย่างเดียว ส่วน FreeRunning จะมีท่าตีลังกาเพิ่มเข้ามา
นอย่างเดียว ส่วน FreeRunning จะมีท่าตีลังกาเพิ่มเข้ามาที่ประเทศอังกฤษ และรัสเซีย จะเล่นกันแรงมาก เล่นท่าเสี่ยงมากแต่ชาวต่างชาติ เขาจะสนับสนุนกีฬาชนิดนี้มาก มีการจัดประกวดอยู่บ่อยครั้ง เช่นงาน RedBull Art of Motion ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย มีการเชิญคนดังๆ ในแวดวง Parkour & FreeRunning จากอินเทอร์เน็ตมาประกวดแข่งขันกัน โดยให้ผู้ชมร่วมเป็นกรรมการโหวตตัดสินหาผู้ชนะ
FreeRunning ในประเทศไทย ยังจัดอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา ยิมนาสติกยังเป็นเรื่องแปลกสำหรับบ้านเรา โรงยิมนาสติกก็ไม่ค่อยมีให้เห็น หากในบ้านเรามีผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุนกีฬายิมนาสติกอย่างจริงจัง ต่อไปเราคงได้เห็นวัยรุ่นกระโดดไปมาตามสถานที่ต่างๆ ไม่แน่มันอาจกลายเป็นเทรนด์ใหม่แทนเด็กบีบอยที่เต้นตามห้างก็ได้
ที่มา :ThaiFreeRunning.com

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น